ทุกท่านมีโอกาสร่วมสร้าง

ทุกท่านมีโอกาสร่วมสร้าง

ร่วมกด Like แชร์ข้อมูล เจดีย์กำลังก่อสร้าง ทุกท่านมีโอกาสร่วมสร้าง

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

ผังสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

คาถานมัสการบูชา หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย



ภาพหีบทองทึบพระราชทาน เก็บสรีระสังขารหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย
ชั้นที่ ๒ อาคาร ๖๐ ปี  เฉลิมพระเกียรติ์ (อยู่วิทยาอนุสรณ์) ณ. วัดเขาสุกิม
คาถานมัสการบูชา หลวงปู่สมชาย  ฐิตวิริโย 
                                                                                                                                               
นะโม  ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธธัสสะ 
( ๓ จบ )
ฐิตะวิริยะมหาเถรัง  นะมามิ,เสฎฐะเมวาหังอิมายะ
สัจจะวาจายะ โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา
ข้าพเจ้าขอนมัสการพระฐิตวิริยะมหาเถระ ผู้ประเสริฐสุด
ด้วยสัจจะวาจานี้   ขอความสวัสดีจงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อเทอญฯ

ประวัติพระบรมสารีริกธาตุ





ภาพพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานในบุษบก ชั้นที่ ๒  อาคาร  ๖๐ ปี เฉลิมพระเกียรติ์

ประวัติพระบรมสารีริกธาตุ
พระบรมสารีริกธาตุนี้เดิมประดิษฐานที่เมืองอนุราธปุระ ต่อมาพระพานาดัวร์อริยธรรมาเถโร อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมโพธิวิหารา ได้พบในพระเจดีย์เก่านามพาโกด้า ซึ่งเมืองนี้เป็นเมืองหลวงเก่าของศรีลังกา อันเป็นจุดเริ่มต้นของพระพุทธศาสนาในศรีลังกา ต่อมารัฐบาลและคณะสงฆ์ของประเทศศรีลังกามอบถวายพระบรมสาริกธาตุ จำนวน ๒ องค์ซึ่งเป็นส่วนพระเศียร มาประดิษฐานเป็นการถาวร ณ วัดเขาสุกิม ภายหลังเมื่อพระบรมสารีริกธาตุเดินทางถึงประเทศไทยแล้วเกิดพระพุทธปาฏิหาริย์ เสด็จเพิ่มขึ้นอีก ๑ องค์(องค์ที่เพิ่มมีลักษณะกลม อีก ๒ องค์เรียวยาว) ยังความปลาบปลื้มมาสู่คณะศิษยานุศิษย์วัดเขาสุกิมเป็นอย่างยิ่ง พระบรมสารีริกธาตุทั้ง๓ องค์นี้ประดิษฐาน ณ วัดเขาสุกิม  วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๑

พระคาถาบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
กราบ ๓ ครั้ง แล้วว่า
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

อะหัง  วันทามิ  ธาตุโย
ข้าพเจ้าขอน้อมนมัสการพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุที่สถิตอยู่ในจักรวาลทั้งหลายทั้งพรหมโลก และดาวดึงส์

อะหัง  วันทามิ  สัพพะโส
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์สาวกทั้งหลายทั้งปวงด้วย

พุทธังธัมมังสังฆัง  เอวัง  ธาตุโย  จัตตารีสะ  สะมาทันตะ  เกสา  โลมา  นะขาขี   จะ  อะหัง  วันทามิ  ธาตุโย.

แรงบันดาลใจในการสร้างเจดีย์บูรพาฐิตวิริยาประชาสามัคคี

แรงบันดาลใจในการสร้างเจดีย์บูรพาฐิตวิริยาประชาสามัคคี
ในช่วงเข้าพรรษา หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย จะนำพาพระเณรและศิษยานุศิษย์ ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญภาวนา อยู่ตลอดมิได้ขาด ท่านพยายามเทศนาอบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์ ให้เจริญรอยตามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และมีประชาชนจากทั่วประเทศมากราบนมัสการขอพรและฟังธรรมจากท่าน เมื่อออกพรรษา หลวงปู่จะนำพาพระภิกษุ-สามเณร แม่ชี ผู้ปฏิบัติธรรม และศิษยานุศิษย์ ออกบำเพ็ญตามสถานที่สงบวิเวก เข่นที่ภูวัว จังหวัดหนองคาย และที่วัดดอนธาตุ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นประจำทุกปี และในบางปี หลวงปู่ฯ ท่านยังนำศิษยานุศิษย์ ไปนมัสการ สักการบูชา พุทธศาสนาสถานที่มีความเจริญในต่างประเทศ อาทิ เช่น สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล คือที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานซึ่งตั้งอยู่ในเขตประเทศอินเดียและเนปาล และในบางปีก็พาศิษยานุศิษย์ไปกราบนมัสการพระบรมธาตุเขี้ยวแก้ว ที่เมืองแคนดี้ประเทศศรีลังกา รวมทั้งเจดีย์ชเวดากอง ประเทศพม่า และสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกหลายแห่ง
ในช่วงที่หลวงปู่ฯ ยังไม่อาพาธ ท่านได้เดินทางไปนมัสการเจดีย์ชเวดากองที่ประเทศพม่าและเจดีย์องค์อื่นๆ ด้วย หลวงปู่ฯจะให้ความสนใจกับเจดีย์ในประเทศพม่าทุกองค์ทุกแห่ง บางแห่งหลวงปู่ก็จะปรารภสรรเสริญความมีศรัทธาของชาวพุทธประเทศพม่าว่า “ยุคสมัยนั้น ชาวพม่ายังมีศรัทธากันถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองพุกามเมืองเดียว มีเจดีย์มากมายถึงแปดหมื่นสี่พันองค์ หลวงปู่ฯก็จะอธิฐานจิตอนุโมทนา ชักชวนศิษยานุศิษย์ให้สวดมนต์แผ่เมตตาไปให้ผู้สร้างเจดีย์ที่ล่วงลับทุกแห่งไป และหลวงปู่ฯยังได้ปรารภเพิ่มเติมอีกว่า “ที่พามานี้ อยากให้ทุกคนมาเห็นความศรัทธาของชาวพุทธเมืองพม่า อยากให้ทุกคนมาเห็นองค์มหาเจดีย์ชเวดากองสีทองเหลืองอร่าม เป็นศูนย์รวมจิตใจพุทธศาสนิกชนของประเทศพม่า คนที่สามารถเป็นผู้นำพาในการก่อสร้างองค์เจดีย์ให้ยิ่งใหญ่สง่างามได้ถึงเพียงนี้ไม่ใช่บุคคลธรรมดา ต้องเป็นพระมหากษัตริย์หรือพระสงฆ์ที่บุญบารมีสูงมีผู้คนเคารพบูชา จึงจะสามารถหล่อหลอมจิตใจของพุทธศาสนิกชนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รวมพลังช่วยก่อสร้างเจดีย์ยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ได้ น่าอนุโมทนาจริงๆ” จากการที่หลวงปู่ฯได้พาคณะไปเยี่ยมชมศาสนสถานต่างๆ โดยเฉพาะที่เจดีย์ชเวดากองนั้น จึงได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา ทำให้หลวงปู่ฯเกิดแรงบันดาลใจที่จะก่อสร้างเจดีย์ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของเหล่าพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ เป็นหลักฐานยืนยันถึงความเจริญมั่นคงของพระพุทธศาสนา เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งสักการบูชาที่สำคัญอย่างสูงสุดของพุทธศาสนิกชน ดังนั้น หลวงปู่ฯจึงได้ปรารภกับศิษยานุศิษย์ว่าต้องการก่อสร้างเจดีย์ฯ โดย ใช้ชื่อว่า “เจดีย์บูรพาฐิตวิริยาประชาสามัคคี”

ประวัติหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย






คำนำ

คำนำ
บล็อกเกอร์ “ doojdee ” แห่งนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้ทราบความเป็นมา ความก้าวหน้า แผนงานในอนาคต และประวัติพระวิสุทธิญาณเถร โดยสังเขปรวมถึงแรงบันดาลใจก่อนการสร้างเจดีย์ฯ (ในบทความพิเศษ) รวมทั้งนิทรรศการภาพของโครงการเจดีย์บูรพาฐิตวิริยาประชาสามัคคี ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของ    พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย  ฐิตวิริโย) ผู้ก่อตั้งวัดเขาสุกิม ท่านมีปณิธานอันแน่วแน่ต้องการสร้างเจดีย์ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของเหล่าพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ เป็นศูนย์วิปัสสนากรรมฐาน และเป็นหลักฐานยืนยันถึงความเจริญมั่นคงของพระพุทธศาสนา เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งสักการบูชาที่สำคัญอย่างสูงสุดของพุทธศาสนิกชน
การน้อมจิตน้อมใจทำบุญโดยสมทบทุนร่วมสร้างเจดีย์ฯนั้น เป็นการร่วมสร้างศาสนสถานที่ถือว่ามีอานิสงส์สูงที่สุดในพุทธศาสนา หากแม้นว่าสังขารร่างกายแตกกายทำลายขันธ์ไปแล้วอานิสงส์ของบุญกุศลในการสร้างเจดีย์นั้น จะเป็นสิ่งนำพาอนุคามินีติดตัวไป ให้ไปสู่สุคติภพในเบื้องหน้า ดังเช่น เมื่อสมัยที่หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย ยังเป็นพระหนุ่มบวชได้ ๕ พรรษา ท่านได้สลบไปด้วยพิษไข้ป่า แล้วมีเทพเจ้า ๒ องค์ มารับไปโลกทิพย์ ซึ่งท่านก็เห็นอานิสงส์ของการน้อมจิตน้อมใจทำบุญกุศล ๒ อย่าง อย่างแรกคือปราสาท ซึ่งเทียบได้กับปราสาทมหาราชวัง ๑ หลัง เป็นอานิสงส์จากการน้อมจิตน้อมใจสวดพระปาฏิโมกข์ และอย่างที่สองคือสวนมะม่วงที่จัดเป็นระเบียบมีธารน้ำตกสวยงามอีก ๑ สวน ซึ่งเป็นอานิสงส์จากการน้อมถวายอาหารบิณบาตรแก่ ครูบาอาจารย์ เมื่อท่านเห็นผลอานิสงส์ประจักษ์อยู่อย่างนั้น ท่านจึงพยายามเทศนาอบรมชักชวนเหล่าบรรดาพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์อยู่เสมอว่าให้เร่งรีบทำบุญ อย่ามัวผัดวันประกันพรุ่ง และการทำบุญนั้นต้องให้จิตใจของเราน้อมลงเป็นบุญเป็นกุศลจริงๆ จึงจะมีอานิสงส์ เป็นสิ่งที่รอเราอยู่บนโลกทิพย์แน่นอน อย่าได้สงสัย ดังจะยกพระธรรมเทศนาบางตอนของหลวงปู่ฯ ว่า “..บุคคลผู้ได้ทำบุญกุศลไว้แล้วนั้นย่อมไม่หลงตาย  คำที่ว่าไม่หลงตายหมายความว่า เมื่อบุคคลที่ได้สั่งสมบุญไว้มาก ๆ แล้ว เมื่อตอนที่วิญญาณจะออกจากร่างกาย  จิตของผู้นั้น จะยึดแน่นอยู่กับบุญกุศลเป็นอารมณ์   และแน่นอนที่สุดว่าสุคติภพ  ต้องเป็นที่ไป  คือสวรรค์ หรือพรหมโลก.....”
หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย ท่านได้วางรากฐานการสร้างเจดีย์ไว้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นต้นมา จนถึงคราวที่ท่านละสังขารไป คณะศิษย์ทุกฝ่ายจึงพยายามสานต่อปณิธานงานชิ้นสุดท้ายให้บรรลุตามวัตถุประสงค์สมดังเจตนารมณ์ของหลวงปู่ฯ เพื่อให้เจดีย์บูรพาฐิตวิริยาประชาสามัคคีเกิดขึ้น ตั้งตระหง่านสีทองเหลืองอร่าม เป็นศรีสง่าเบื้องทิศบูรพาของประเทศไทยอย่างมั่นคงตลอดสืบไป
                                                                                                               คณะผู้จัดทำ

พระวรธรรมานุสรณ์





วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

ประกาศเจตนารมณ์ของคณะผู้จัดทำ



ประกาศ
เจตนารมณ์ของคณะผู้จัดทำ
     เจตนาการจัดทำเว็บบล็อก doojdeeแห่งนี้ เพื่อช่วยงานด้านประชาสัมพันธ์ให้กับทางวัดเขาสุกิม และเพื่อให้พุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป ได้รับทราบข้อมูลพร้อมรับชมนิทรรศการภาพความก้าวหน้าโครงการก่อสร้าง “พุทธเจดีย์” ณ.วัดเขาสุกิม
            ตามคำปรารภของพระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย  ฐิตวิริโย) ที่ต้องการให้พุทธศาสนิกชนและลูกศิษย์ ได้ร่วมทำบุญมหากุศล สมทบทุนสร้างเจดีย์ฯ แห่งนี้ให้สำเร็จ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของเหล่าพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ และเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา เป็นมรดกธรรม เป็นมรดกโลก สืบไปตลอดกาลนาน.....
                                                                                       คณะผู้ศรัทธา
                                                จัดทำน้อมถวาย แด่ หลวงปู่สมชาย  ฐิตวิริโย
เชิญร่วมทำบุญ มหากุศลตามกำลังศรัทธา
ได้ที่วัดเขาสุกิมณ. ลานบุญอุโบสถ ห้องจัดนิทรรศการโครงการสร้างเจดีย์ฯ                       
และ ฝ่ายรับบริจาคเงินสมทบทุนสร้างเจดีย์ฯ  ชั้นที่ ๒ ตึก ๖๐ ปี เฉลิมพระเกียรติ์                  
(อยู่วิทยาอนุสรณ์) สอบถามรายละเอียด โทรศัพท์  ๐๓๙ – ๔๙๕๒๔๓
หรือร่วมบริจาคได้ที่ ธ.กสิกรไทย ชื่อบัญชี วัดเขาสุกิม บัญชีออมทรัพย์
เลขที่ 148-2-69684-4 สาขา ถนนศรีรองเมือง จ.จันทบุรี


หมายเหตุ          ภาพข้อมูล  “โครงการสร้าง เจดีย์บูรพาฐิตวิริยาประชาสามัคคี” ทั้งหมดในdoojdeeด้านล่างนี้  ปัจจุบันได้จัดแสดงอยู่ ณ. ลานบุญอุโบสถ  วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554

ดูเจดีย์บูรพาฐิตวิริยาประชาสามัคคี วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี