ทุกท่านมีโอกาสร่วมสร้าง

ทุกท่านมีโอกาสร่วมสร้าง

ร่วมกด Like แชร์ข้อมูล เจดีย์กำลังก่อสร้าง ทุกท่านมีโอกาสร่วมสร้าง

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

บทความพิเศษ...อดีตชาติพระวิสุทธิญาณเถร

อดีตชาติพระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) กับ เขาสุกิม


อาศรมฤษี อนุสรณ์ ภายในบริเวณวัดเขาสุกิม


 

จากคำบอกเล่าของหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย
“...สมัยอยู่กับหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ท่านมักจะพูดให้ฟังว่า บ้านท่าน (หลวงปู่สมชาย) อยู่เมืองจันท์ ชาติก่อนท่านตายอยู่ที่นั่น ชาตินี้ท่านก็ต้องไปตายบ้านเก่า และมานึกถึงคำของหลวงปู่มั่นอีกว่า มาที่นี้ (เขาสุกิม) จะป่วยนะ เป็นโรคกระเพาะ แต่ไม่ต้องกลัว จะมีผู้หญิงพวกหนึ่งเขาเก่งมาก เขาจะช่วยพยาบาลรักษาโรคกระเพาะให้หาย ท่านไม่ต้องวิตก ไม่ตายตั้งทำหน้าที่ของท่านนะ ไม่ตาย ทำเถอะ แล้วอยู่ที่นี่เหมือนเขาจะฉีกเนื้อฉีกหนังกินนะ เขาจะเล่นงานที่สุดเลย ทั้งปืนทั้งอะไรหละมันจะมากัน รับรองไม่ตายนะ แล้วผู้หญิงพวกนี้เขาเก่ง เขาเก่งมาก เขาช่วยเหลือได้รอดชีวิต แล้วพวกผู้ชายฝ่ายสนับสนุนมี ท่านไม่ต้องไปมองเหตุการณ์ ตั้งหน้าทำงานของท่านเรื่อยไปเลย อย่าไปสนใจกับมัน แล้วที่นี่จะเป็นศูนย์ฝึกกรรมฐานระดับโลก เอาเถอะ อันนี้มันบ้านเก่าเมืองหลังท่าน
เกี่ยวกับอาตมา (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) ก่อนบวชฝัน ๔ปีติด ๆ กัน แต่ก่อนฝันสารพัดสารพัน แต่ทีนี้ฝันอย่างเดียว นอนหลับปุ๊บ ก็ฝัน ฝันว่า...
ชาติที่ ๑ ตัวเองเป็นฤๅษีอยู่ในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง ก่อนจะเป็นฤๅษีนั้น มีญาติผู้ใหญ่โดยมีศักดิ์เป็นลุง เป็นอาจารย์ใหญ่ของฤๅษีเข้ามาในบ้าน มาเทศน์ มาโปรด ก็มาชวนไอ้น้อยไปบวชด้วยกันซิ ว่าไปว่ามาก็ไปบวช ยังไม่มีนิสัยก็เลยบวช
ชาติที่ ๒ก็มาเป็นฤๅษีในกลางเขาแห่งหนึ่ง อันนี้รู้สึกว่ามีนิสัยพอสมควรญาติผู้ใหญ่ซึ่งเป็นอาจารย์มีศักดิ์เป็นลุงเหมือนกัน พอเห็น มันมีนิสัยแล้วนี่ อยากบวชก็ต้องรีบลาบวช ก็มาบวช เป็นนักบวชมาสองชาติไม่มีเมียแล้ว ไม่มีเมียทั้งสองชาติ
ชาติที่ ๓เป็นลูกของชาวเกาะ พ่อแม่เป็นหัวหน้าชาวประมง อาชีพจับปลาขายแล้วตัวเองชักจะมีนิสัย กล่าวกับพ่อแม่ ทำบาป บาป บาป ทีนี้พ่อแม่พูดประชด เราเป็นคนบุญก็ไปอยู่กับคนบุญซิ (คนบุญคือ ฤๅษีที่เจริญฌานอยู่บนภูเขาลูกนี้) ก็นึกว่าพ่อแม่พูดจริง ก็เลยเผ่นมาบวชกับฤๅษีที่นี่หลวงปู่มั่นท่านบอกว่าสถานที่นี้แต่ก่อนเป็นเกาะกลางทะเลใหญ่ วันหนึ่งอาตมานั่งภาวนาได้ความว่าโขดหินก้อนนี้แต่ก่อนมันเตี้ย ๆ เคยนั่งภาวนาสมัยเป็นฤๅษี สันนิษฐานว่าดินมันอาจจะยุบลงไหลลง แล้วกุฏิอาตมาที่เรียกว่า อาศรมก็ตั้งอยู่บริเวณนี้ มีหม้อขนาดยักษ์ใส่ขวานฟ้าทำด้วยหิน ๒๐กว่าอัน ฝังอยู่ข้างอาศรม เป็นเครื่องป้องกันภูตผีปีศาจ (สมัยนี้เขาเรียก วางศิลาฤกษ์”)
ชาติปัจจุบัน (เมื่อปี พ..๒๕๑๑) ได้ขุดดู พบขวานทำด้วยหิน (ขวานฟ้า) ๒๐ กว่าอัน ที่นี่ กูเอา มึงเอา เหลือ ๓-๔อัน ใส่ตู้ไว้ดู (ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานวัดเขาสุกิม) แน่นอนละแต่ก่อนอาศรมอยู่ตรงนี้แน่ บ้านอาตมาอยู่ที่นี้แน่ ๆ อาตมาจะต้องตายตรงนี้แน่ ๆ อาตมาจะต้องตายตรงนี้ จริงเหมือนคำหลวงปู่มั่นท่านบอก

เล่าเรื่องอดีดชาติเป็นฤๅษี (ถอดบทความจากเทปอีกม้วนหนึ่ง)
ตั้งหลักอยุ่จันทร์โน่นแหละ ไปที่อื่นก็ไปได้ชั่วคราว จะไปอยู่นาน ๆ ก็ไม่ได้ ปักหลักอยู่จันทร์นี่แหละ วัดเขาสุกิมบ้านเก่าเจ้าคุณธรรมบัณฑิตว่า บ้านเก่าท่านอาจารย์อยู่ที่นี่นะ ช่างคิดออกแท้น้อ ตัวเองก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกันมันมีโขดหินสูง ๆ มันเป็นอาศรม อาศรมของฤๅษี ลูกศิษย์ทั้งหลายสร้างให้ เกิดมาเป็นฤๅษีสามชาติแล้วนะไม่มีลูกมีเมียกับเขาบุกลูกเดียวสามชาติมาถึงที่วัดเขาสุกิมเป็นที่สุดท้าย เป็นชาติสุดท้าย แล้วก็ต่อมาชาตินี้ ว่าอย่างนั้นเถอะ แต่ก่อนก็อยู่ดงใหญ่ดงหนึ่ง หาอยู่พอแรงก็หาไม่เห็น แล้วก็อยู่ภูเขาอีกลูกหนึ่ง ก็ไปดูอยู่นานไม่เห็น มาถึงวัดเขาสุกิมนี่ มาอยู่กลางเกาะพ่อแม่เป็นชาวประมง ตัวเคยเป็นนักบวชมา ว่าพ่อแม่บาปเขาเอาปูปลามาให้กินบาป ถ้าเขาฆ่าให้เห็นไม่เอา มาเดี๋ยวนี้ดื้อ ปลานี้เห็นเอา ที่นี้ชาติแรกนั่นลุงเป็นหัวหน้าใหญ่ฤๅษี แล้วเข้ามาที่บ้านอยู่เรื่อย ไอ้น้อย ไปอยู่กับลุงซะ ใจก็ยังไม่ทันติด ไปไม๊ ไอ้น้อย ไปอยู่กับลุงซะ ใจก็ไม่ทันติดพอมีอายุประมาณสัก 18 หรือ 19 ปีนี่ ท่านพูดหลายหนก็เลยไป ไปก็เลยจับบวชเลย โกนหัวห่มผ้าขาวให้อย่างดี อยู่กับท่านชาติหนึ่ง สนุก แล้วก็ท่านอาจารย์นาค โฆโส ท่านไปไล่ว่าทำเนียมของฤๅษีเป็นอย่างไร ก็นั่งอธิบายให้ท่านฟัง ท่านก็เลยว่าคงจะเป็นฤๅษีจริง ๆ ไล่หมด อธิบายให้ท่านฟังหมด ต่อมาชาติที่สอง ลุงอีกแหละ โดยศักดิ์เป็นลุง ท่านเป็นหัวหน้าใหญ่ของฤๅษี ท่านก็เข้ามาบ้านเรื่อย มาเยี่ยม ไอ้น้อย ไปบวชด้วยกันนะ ครับ ชาตินี้ติดแล้ว  มีนิสัยติดแล้วไปเลย ไปเลย ไปบวชเลย ชาติหนึ่ง ตกมาชาตินี้ไปพบบ้านตูมใหญ่มหาสารคามไปพบของดี ทางบ้านเราสมัยก่อนไม่มีพระกรรมฐาน มันมีแต่มหานิกาย เณรน้อยก็กินข้าวด้วยกันแขกหัวกันคาชามข้าวก็มี ไปเห็นแล้วไม่ชอบ ที่นี้ไปเห็นแม่ขาว (แม่ชี) เดินไป เอ แม่ขาวนี้จะไปไหนนะ แม่ขาวเฒ่าสี่หน้าคน แม่ขาวน้อยสาว ๆ หกเจ็ดคนถือไม้เท้าไป ดูแล้วกริยามารยาทงาม แต่ก็ไม่รู้จักคำว่าแม่ขาว บวชเป็นฤๅษีนะเคยบวช พยายามสังเกตดูเดินตามหลังสะกดดูตามหลัง มีทุ่งนาน้อย ๆ นึงพวกแม่ขาวข้ามทุ่งนาไป มีดอนอยู่กลางทุ่งนานั้น เข้าไปเป็นวัด พวกนี้คงเป็นนักบวชมั้ง ตัวเองเป็นฤๅษีอยู่แต่ก่อนคงจะเหมือนกันแบบนั้น แล้วพวกแม่ขาวน้อยพูดจาไพเราะ น่าเลื่อมใสจริง ๆ พูดกันว่า คุณคะ บ้านเราว่าอีห่ามึง  มึงมาจากไหน มันไม่เหมือนกันเลย พวกเขาพูดกัน คุณคะ อันนี้เสร็จแล้วคะ ส่งของให้กัน ไปถึงพวกแม่ขาวใหญ่ เขาไปอุปัฏฐากพวกแม่ขาวใหญ่ มีปลาปิ้ง พวกอะไรต่าง ๆ มาจัดให้ คุณแม่ค่ะ ยกมือไหว้ พูดแล้วก็ยกมือพูดกับผู้ใหญ่ ไม่เคยเห็นละชาตินี่ขนลุกเลย ดีใจมากที่สุด ขนของลงใส่เรือซะก่อน ไปขนหนังกวางลงใส่เรือแบกไปคนเดียว เอาใส่เรือ น้ำมันสูงดึงมันกับต้นไม้ไว้เอาไม้พาดแล้วก็แบกไปลงได้หนังกวางหนังควายเอาได้หมดกลับ กลับบ้าน กลับบ้านก็คิดถึง พ่อใหญ่ตีหนักก็สงสาร (คุณตาคือหลวงเสนา) ฟาดเรื่อย รู้ว่าไปทำบุญตี มึงจะหยุดไหม เลิกไหมไม่พูด ถ้าว่าหยุดแล้ว ก็แล้ว ถ้าหยุดแล้วไปอีกไล่ออกจากตระกูล ไม่พูดตีก็ช่าง ร้องให้ก็อยู่ในใจ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น