ทุกท่านมีโอกาสร่วมสร้าง

ทุกท่านมีโอกาสร่วมสร้าง

ร่วมกด Like แชร์ข้อมูล เจดีย์กำลังก่อสร้าง ทุกท่านมีโอกาสร่วมสร้าง

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

บทความพิเศษ...ทรมานนายแสวง

     ·ÃÁÒ¹¾ÃÒ¹áÊǧ
      ·èÒ¹¾èÍÊÁªÒ·ÃÁҹʹյ¾ÃÒ¹»èÒ¼Ùé¡ÅѺã¨



นายแสวง   แถลงถ้อย  เป็นชาวบ้านเขาสุกิม   บ้านของนายแสวง  อยู่ด้านทิศเหนือของวัดติดกับขอบสระน้ำหลวงพ่อพุทธโคดม ปัจจุบันนายแสวงประกอบอาชีพทำสวนผลไม้
นายแสวงเล่าว่าเมื่อสมัยที่ยังเป็นวัยรุ่นหนุ่มใหญ่อยู่นั้น   พื้นที่แถบนี้ทั้งหมดจากเนินสูง - ยางระหงมาถึงเขาสุกิม   เนินดินแดง - เขาลูกช้าง  เลยไปจนถึงขุนซ่อง ช่องกระพัด - แก่งหางแมว  แถบนี้เป็นป่าดงดิบผืนใหญ่ของจังหวัดจันทบุรี  สมัยพ่อแม่ก็อยู่กันแบบบ้านป่าบ้านดง  ไม่เหมือนสมัยนี้  สวนผลไม้ก็เพิ่งจะมีมาถากถางทำกันจริง ๆ จัง ๆ เมื่อไม่นานมานี้เอง  สมัยนั้นนายแสวงจึงมีงานประจำและงานอดิเรกคือการล่าสัตว์  นายแสวงเคยล่าสัตว์ตั้งแต่สัตว์เล็กจนถึงสัตว์ใหญ่ เช่น เก้ง กวาง มี หมูป่า เสือ ช้าง  เฉพาะช้างนายแสวงเคยล่าจากเขาสุกิมไปจนถึงขุนซ่อง  แก่งหางแมว  ซึ่งต้องเดินตามรอยเลือดไปเป็นระยะทางถึง 70-80 กิโลเมตร เลยทีเดียว กว่าจะได้งาช้างกลับมาบ้านแต่ละคู่ก็ใช้เวลาติดตามช้างเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือน ๆ สัตว์อื่น ๆ นอกจากช้าง เช่น เสือ หมี เก้ง กวางอยู่แถบบริเวณเขาสุกิมแห่งเดียวก็ยิงไม่ไหวแล้ว
เมื่อปีพ.ศ. 2507 บนเขาสุกิมได้มีพระธุดงค์คณะหนึ่งได้ขึ้นมาปฏิบัติธรรม   คือคณะของท่านพ่อสมชาย  นายแสวงก็เข้าทั้งวัด  และ  ขึ้นเขาล่าสัตว์  ได้พบปะกับท่านพ่อสมชายอยู่เป็นประจำแต่ไม่ได้ซาบซึ้งอะไรนัก ท่านพ่อสมชายก็มักหาโอกาสพูดคุยและขอร้องให้นายแสวงงดทำปาณาติบาต ขอร้องไม่ให้นายแสวงล่าสัตว์บนเขาสุกิม ซึ่งเป็นเขตที่ท่านพ่อได้ขอบิณฑบาตให้เป็นเขตอภัยทานและเพื่อให้พระภิกษุสามเณรได้ปฏิบัติธรรมโดยปราศจากข้อกังวลใดๆ แต่นายแสวงก็ไม่ได้รับปากแต่อย่างใด  เป็นอันว่าเมื่อมีโอกาสหรือรู้ว่ามีสัตว์ใหญ่ลงมาหากินในละแวกนี้  นายแสวงเป็นต้องเตรียมอาวุธออกสะกดรอยตามทุกครั้งไป 
วันหนึ่งนายแสวงออกล่าสัตว์ตามปกติก็ปรากฏว่าได้ยินเสียงร้องดังครืดๆ ๆ    นายแสวงตามเสียงไปได้     ไม่ไกลก็พบรอยตีนหมีควายขนาดใหญ่เดินอยู่ทางด้านกุฏิแม่ชี นายแสวงสะกดรอยตามไปจนกระทั่งเห็นหมีควายขนาดใหญ่หน้าอกมีสีเหลืองอร่ามนอนกลิ้งเล่นไปมาอยู่บนก้อนหิน
โดยสัญชาติญาณของพรานไพร  นายแสวงไม่รอช้ายกปืนเหนี่ยวไกลปล่อยกระสุนออกไปทันที  ร่างของหมีควายกลิ้งตกไปจากก้อนหินดัง ตึบ  แต่ไม่ตาย  แต่กลับไปโผล่หน้ามองนายแสวงอีกด้านหนึ่งของมุมหิน  นายแสวงบรรจุกระสุนยิงไปที่เป้าหมายอีกครั้งหนึ่ง  เจ้าหมีควายตัวเดิมก็เดินมาโผล่หน้ามองนายแสวงอีกด้านหนึ่งอีก
       เสียงปืนดังอยู่บนเขาไม่ต่ำกว่า  ๒๐ นัด ดังจนเป็นที่แปลกใจของชาวบ้านที่อยู่ตีนเขา นายอ๋อย แก้วทรัพย์ บ้านอยู่หน้าวัดเช่นกัน  อดทนที่จะได้ยินเสียงปืนต่อไปไม่ไหวเพราะเสียงปืนดังอยู่ระหว่างกุฏิแม่ชี ด้วยความเป็นห่วงพระที่อยู่บนวัดว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น และอยากจะรู้ว่าใครกันนะ ที่บังอาจไปยิงปืนบนวัดไม่เกรงใจพระเจ้าเสียงบ้างเลย  นายอ๋อย แก้วทรัพย์  จึงเดินตามเสียงปืนขึ้นไปเรื่อย ๆ  จึงพบเห็นนายแสวง กำลังบรรจุกระสุนเตรียมยิงอีกนัดสุดท้าย  นายอ๋อย  จึงเรียกตามภาษาคนคุ้นเคยกันว่า “…เฮ้ย  แหวง แกยิงอะไรวะ จะหมดวันอยู่แล้ว…”   ..ยิงหมีควาย  หมีควายหน้าอกเหลืองตัวเบ้อเร้อแอบอยู่ข้างหินนั่น ไม่เห็นเร๊อะ   มันไม่ยอมหนีไปไหนเสียด้วยซี  วันนี้ยังไง ๆ ต้องเอาเจ้าหมีควายตัวนี้ให้ได้…” นายแสวงตอบพร้อมกับบรรจุกระสุนเข้าลำกล้องเตรียมยิงเป็นนัดสุดท้าย  แหวง  หมีควายตัวเบ้อเร่ออย่างนี้ ฉันไม่เคยเห็นแกยิงเกิน ๕ นัดซักที นี่หมีตัวเดียวแกยิงมาตั้งแต่เช้าจนเที่ยงแล้ว ขิงจนกระสุนหมดย่ามแล้วไม่ถูกซักนัดเลย  ฉันว่าหมีที่แกว่านี่มันจะไม่ใช่หมีจริงมากกว่า… “  นายอ๋อย กล่าว  “…ไม่ใช่หมีจริงแล้วจะเป็นหมีเจ้าที่เจ้าป่าอย่างนั้นเร๊อะ..”    ไม่ใช่หมีเจ้าป่าเจ้าเขาอะไรหรอก แต่ฉันว่าจะเป็นหมีท่านพ่อมากกว่า ฉันว่าท่านพ่อทรมานแกแล้วแหวง เอ๋ย.. นายอ๋อย กล่าว
ฉันก็แปลกใจตัวฉันเองเหมือนกันว่าวันนี้มือฉันจะตกขนาดนี้เชียวหรือ  ทั้งที่นัดแรกก็กะว่าถูกกลางหัวจนกลิ้งตกลงไปข้างล่าง  แต่ทำไมจึงไม่มีรอยเลือดแม้แต่หยดเดียว  แถมยังไม่ยอมหนีไปไหน  กับมาโผล่หน้าหลอกไห้ยิงจนอ่อนใจแล้ว  ขอลองอีกทีนัดสุดท้ายถ้าไม่โดนก็จะขอเชื่อว่าเป็นหมีท่านพ่อ แน่ ๆ
..กระสุนนัดสุดท้ายพุ่งออกจากปากกระบอกปืนเข้าสู่เป้าหมาย คือ  เจ้าหมีควายหน้าอกด่างข้างก้อนหินที่โพล่หน้าออกมาให้ยิงอย่างท้าทาย  และก็เหมือนเดิมคือไม่ถูกเป้าหมายใด ๆ ทั้งสิ้น  นายแสวงมือสั่นหมดแรงที่จะประคองปืน  พูดกับนายอ๋อยว่า “ …ฉันเชื่อแล้วว่าต้องเป็นท่านพ่อมาทรมานฉัน อย่างที่แกว่าจริง ๆ…”  นายอ๋อย  แก้วทรัพย์จึงบอกว่า “…พรุ่งนี้แกต้องไปขอขมาท่านพ่อซ๊ะ เดี๋ยวจะเป็นบาปเป็นกรรม  แล้วทีหลังก็อย่ามายิงในเขตนี้อีก…”
วันต่อมานายอ๋อย  แก้วทรัพย์ ก็ได้พานายแสวง   แถลงถ้อย ขึ้นวัดเดินตรงไปบนศาลา    บนอาสนะสงฆ์มองเห็นท่านพ่อนุ่งห่มจีวรเรียบร้อยนั่งคอยท่า เหมือนอย่างกับรู้ว่านายพรานใหญ่ประจำเขตนี้จะขึ้นมาหา  คำแรกที่ท่านพ่อเอ่ยทักทายว่า  ..เป็นไง  แหวง  เมื่อวานยิงหมีทั้งวันสนุกดีน๊อ  ไม่มีทางได้กินหรอกเสียลูกปืนเปล่า ๆ   อาตมาต้องขอบิณฑบาตด้วยอย่าหาว่าพระขัดลาภเลย บริเวณเขตนี้ขอเอาไว้เป็นเขตอภัยทานไม่ว่าสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ อย่าทำลายชีวิตกันเลย  อย่าเบียดเบียนกันเลย  เขาก็ชีวิต เราก็ชีวิต สัตว์นั้นเป็นเสมือนเพื่อนร่วมโลก  เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย  อาตมาขอบิณฑบาตเถิด  ถ้าโยมแหวงให้อาตมาได้ ต่อไปวันข้างหน้าโยมแหวงจะมีความสุข มีความเจริญ  ลูกเต้าก็จะร่ำรวยมหาศาล..
นายแสวงก้มลงกราบท่านพ่อพร้อมกับกล่าวคำขอขมาลาโทษ  ให้ท่านพ่อยกโทษให้   และขอรับข้อที่ท่านพ่อขอบิณฑบาตทั้งหมดด้วยความเต็มใจ
ปัจจุบันนี้นายแสวง  แถลงถ้อย หันมาประกอบอาชีพทำสวนผลไม้  ลูก ๆ หลายคนเป็นพ่อค้าทุเรียน  มีรายหนึ่งเป็นผู้ส่งออกนอกรายใหญ่  ตัวของนายแสวงเข้าวัด ช่วยงานวัดทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ติดตามไปทอดผ้าป่า กฐินต่างจังหวัดกับท่านพ่อทุกครั้งไม่ได้ขาด  รับใช้พระภิกษุสามเณรภายในวัดอย่างลูกศิษย์ที่ดีคนหนึ่ง

                ***********************************
คณะศิษย์หน้าวัดเขาสุกิม
ผู้บันทึกเหตุการณ์

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น