ทุกท่านมีโอกาสร่วมสร้าง

ทุกท่านมีโอกาสร่วมสร้าง

ร่วมกด Like แชร์ข้อมูล เจดีย์กำลังก่อสร้าง ทุกท่านมีโอกาสร่วมสร้าง

วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

จุดมุ่งหมายของการบวช

พระธรรมเทศนา
เรื่อง จุดมุ่งหมายของการบวช
                                 
            จงตั้งใจฟังอุบายวิธีที่จะแนะนำให้สักนิดหน่อย คือว่าแม่ชีบัดนี้ก็บวชเป็นแม่ชีสำเร็จไปแล้ว การบวชนี้ก็ให้คิดดีๆ ว่าบัดนี้ตัวของแม่ชีเองก็รู้สึกว่าจะแปลกจากคฤหัสถ์ธรรมดาแปลกอย่างไรบ้างก็มองเห็นในตัวของตัวเองอยู่แล้ว  ส่วนภายนอกอุบายวิธีที่ทำซึ่งให้มีรูปร่างหรือว่าลักษณะที่แสดงออกอย่างนี้ก็คงจะเข้าใจในอุบายวิธีของพระพุทธเจ้า เพราะพระพุทธเจ้าหาอุบายวิธีที่จะให้บรรดานักบวชทั้งหลายข่มกิเลสโดยอุบายวิธีต่างๆ แต่ โดยจุดมุ่งหมายทุกสิ่งทุกอย่างของพระพุทธเจ้าแล้ว เป็นอุบายวิธีที่พระพุทธเจ้าจะให้พวกเราเอาชัยชนะกับกิเลสให้ได้
            เพราะฉะนั้น ในอุบายวิธีเบื้องแรกที่พระพุทธเจ้าท่านสอนอุบายวิธีที่จะให้ชนะกิเลสหรือข่มกิเลสได้นี้ ก็อย่างพวกเราเห็น เช่น อย่างชาวโลก ก็มุ่งหวังความสะสวยงดงาม ไว้ผม ดัดผมหรืออาจตบแต่งเพื่อความสวยงาม แต่สำหรับผู้ที่เป็นนักบวช พระพุทธเจ้าสอนให้โกนทิ้ง ซึ่งเป็นอุบายวิธีที่จะข่มความพะวงของจิต โดยอาจจะคิดไปในทางที่ผิด เห็นว่าอันนั้นสวย อันนี้สวยเราก็สวย อะไรเหล่านี้ เพราะฉะนั้น ถึงว่าอุบายวิธีบั่นรอนความสวยงามลงไป เป็นอุบายวิธีที่จะข่มกิเลสในวิธีหนึ่ง
            อีกวิธีหนึ่ง การนุ่งห่ม ให้มีสีผ้าเป็นอันเดียวกัน เช่น ดุจที่มองเห็นในปัจจุบัน คือ สีขาวอย่างเดียว ไม่มีดอกไม่มีดวงไม่มีสีอื่นมาแต้มเพื่อต้องการที่จะขับกันให้สวยงาม โดยเฉพาะที่ต้องการให้มีผ้าสีขาวอันเดียวนี้ ก็มีความหมายอยู่ ๒ นัย คือ
๑.เป็นอุบายวิธีที่จะข่มกิเลส เช่นกัน
๒.เป็นเครื่องหมายของผู้สะอาดหมดจด    หมายความว่าผู้บริสุทธิ์ ก็คือ จิตใจบริสุทธิ์ หรือความประพฤติทั้งหมด มีความบริสุทธิ์ไม่เป็นไปในทางที่ผิด เรียกว่าขาวสะอาดเพราะฉะนั้น สีของผ้าก็เป็นเครื่องหมายของผู้ที่จะมุ่งเข้าใปสู่ความหมดจดนั่นเอง
ทีนี้ ถ้าจะพูดอีกอย่างหนึ่ง คือ พูดถึงเรื่องความเป็นอยู่ของสมณะ แปลกจากคฤหัสถ์นั้นก็คือ การครองชีพไม่เหมือนทางฆราวาส ส่วนทางฆราวาสต้องแสวงหามาโดยลำพังของตัวเองแต่สมณะต้องอาศัยฆราวาสช่วยเหลือ พูดแล้วก็คือว่าให้ของที่บริสุทธิ์มา อันนี้ก็หมายความว่าการครองชีพก็แปลกจากคฤหัสถ์อยู่แล้ว เมื่อพวกเรามาคิดถึงของที่มันแปลกนี้ พวกเราก็ควรที่จะทำอะไรให้แปลก คือการดำเนินของพวกเราต้องให้เป็นไปตามแถวแนวของพระพุทธเจ้าที่ได้วางหลักเอาไว้ ผู้ที่มีหน้าที่ๆ จะรักษาศีล ๕  ก็ให้รักษาศีล ๕ ผู้ที่มีหน้าที่ๆ จะรักษาศีล ๘ ก็ให้รักษา ศีล ๘  ศีล ๑๐  ศีล  ๒๒๗  ก็ให้รักษาศีลนั้น ๆ ตามแต่ละหน้าที่และความสามารถของตนเอง
            สำหรับแม่ชีก็มีศีล ๘ หรือ กรรมบถ ๑๐ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองจะควรรักษา แต่อย่างศีล ๘ ก็ไม่ต้องแปล ไม่ต้องอธิบาย เพราะเข้าใจอยู่แล้ว ว่าควรจะละเว้นข้อไหนบ้าง แต่อยากจะอธิบายอีกบางส่วนบางอย่าง คือ องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์เป็นผู้วางระเบียบของพระศาสนารู้สึกว่าดีงามมาก พวกเราก็พอจะมองเห็นได้ว่าศาสนาพุทธนี้ เป็นศาสนาเจ้าระเบียบไม่ใช่ศาสนาเจ้าพีธีรีตอง ไม่ใช่ศาสนาเจ้าขอร้องอ้อนวอน คือ เป็นศาสนาที่เต็มไปด้วยระเบียบ เป็นศาสนาที่สอนให้พึ่งตนเอง เป็นศาสนาที่หาอุบายวิธีที่จะก้าวให้พ้นไปเสียจากโลกหรือกิเลส เป็นอุบายวิธีที่จะทำยุทธวิธีกับภพของจิต สำหรับศาสนาพุทธนี้ ผู้เป็นประมุขของศาสนาเป็นกษัตริย์คือองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นประมุขของศาสนาเป็นกษัตริย์ พระพุทธเจ้าพระองค์นี้เป็นผู้หมดจดจากกิเลส ได้พระนามว่า สยัมภู พระองค์ได้ผ่านความเจริญในทางโลกมาพอ เพราะพระองค์เป็นลูกชายใหญ่ของกษัตริย์ พระองค์ได้รับความสุขแบบโลกๆ มาพอ เพราะพระราชบิดาหาวิธีป้องกันไม่ให้พระองค์ออกทรงผนวช เพราะต้องการอยากจะให้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์อย่างที่พวกเราได้ทราบจากคำพยากรณ์ของพราหมณ์ว่  เมื่อมหาบุรุษเป็นฆราวาสจะต้องเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เมื่อทรงผนวชจะได้เป็น สยัมภู คือ พระพุทธเจ้า แต่สำหรับพระบิดาต้องการอยากจะให้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมากกว่า จึงได้หาอุบายวิธีป้องกันไม่ให้ออกทรงผนวช อยากจะให้เป็นฆราวาส แต่อุบายวิธีนั้นก็แล้วแต่พราหมณ์ หรือท่านผู้เป็นพระอาจารย์ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของพระมหากษัตริย์ที่จะหาอุบาย เช่น อุบายวิธีจะป้องกันไม่ให้บวชนี้ ก็ต้องล่อลวงด้วยวัตถุหรือสิ่งต่างๆ หรืออาจจะเป็นเพศตรงกันข้าม คือ พูดง่าย ๆเป็นนารีที่มีรูปสมบัติหรือคุณสมบัติ เอามาหลอกลวงเอาไว้ให้จิตหลงใหลเคลิ้ม ฝันอยู่ แล้วจะได้มีโอกาสเป็นพระเจ้าจักรพรรดิขึ้นในวันข้างหน้า
            เมื่อพวกเราได้ทราบเพียงแค่นี้ก็คงจะเข้าใจว่า อุบายวิธีทุกอย่างของพระมหากษัตริย์ที่กระทำต่อพระพุทธเจ้านี้ ก็ทราบอยู่แล้วว่าเต็มไปด้วยความสุข แบบโลกแต่อาตมาจะขอพูดว่าไม่ใช่ความสุข เป็นไปด้วยความสนุกสนาน ไม่ใช่เรื่องของความสุข แบบนี้เรียกว่าความสนุกสนานแต่ความสุขอันนี้จะพูดก็ได้ว่าเป็นความสุขแบบโลกๆสำหรับพระพุทธเจ้าของพวกเราได้รับมาแล้วได้สุขมาแล้ว ได้สนุกมาแล้ว แต่สำหรับเมื่อพระองค์ออกทรงผนวชนี้ พวกเราก็พอที่จะมองเห็นได้ว่าสำหรับคนที่เคยเห็นเเง่ของโลกทุกแง่ทุกมุมทั้งสุขทั้งทุกข์ อะไรต่ออะไรต่างๆ เหล่านี้ ก็รู้สึกว่าเป็นคนที่แปลก เช่นดุจนัยองค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์สัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเรา เมื่อพระองค์ออกทรงผนวชแล้ว แสวงหาโมกขธรรมได้สำเร็จมรรคผลได้สมัญญานามว่า สัพพัญญูพุทธหรือได้สมัญญานามว่า พระพุทธเจ้าเมื่อพระองค์ได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วการวางระเบียบศาสนานี้พระองค์วางไม่เหมือนศาสดาจารย์ทั้งหลายที่วางมาก่อน นอกจากสัพพัญญูพุทธเหมือนกัน แต่ในยุคสมัยนั้น มีศาสดาจารย์ผู้ประกาศพระศาสนามาก แต่ละศาสนาแต่ละฝ่าย ก็แสดงตนออกว่าเป็นพระอรหันต์ เป็นพระพุทธเจ้าทั้งนั้น แต่สำหรับพระพุทธเจ้าโคดมซึ่งเป็นพระบิดาของพวกเรานี้แปลกจากศาสดาจารย์ทั้งหลายเหล่านั้น คือระเบียบของศาสนาที่พระองค์วาง ก็รู้สึกว่ามีระเบียบอันสวยงามดีมาก มีระเบียบวางไว้ละเอียดลออทุกสิ่งทุกอย่าง จนกระทั่งถึงการบริโภคและการหลับนอนอะไรต่างๆ มีหมด เพราะฉะนั้น จึงว่าระเบียบอันนี้ก็รู้สึกว่าน่าเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่งคือ พูดก็อยากจะให้เข้าใจอย่างหนึ่งว่า เราผู้เข้ามาประกาศตนเป็นชินบุตรขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า พวกเราควรจะเจริญรอยตามพระยุคลบาทขององค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ ที่พระองค์ดำเนินไป พร้อมทั้งผู้พี่ คือ สาวกสาวิกาของพระพุทธเจ้า ที่ดำเนินไปก่อนพวกเรา การดำเนินของพวกท่านเป็นอย่างไร พวกเราควรหาอุบายวิธีดำเนินให้เป็นไปตามยุคลบาท และรอยของพวกท่านทั้งหลายเหล่านั้น พูดกัน ง่ายๆ คือ การประพฤติปฏิบัติของเรา ให้เหมาะสมกับผู้ที่เป็นแม่ชี หรือพระเณร แต่สำหรับวันนี้จะพูดเพียงแค่ที่ว่า แม่ชี คือว่าการดำเนินของแม่ชีก็ให้เป็นไปตามเจตนาของพระพุทธเจ้า เรียกว่าเป็นผู้เจริญรอยตามพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้าถูกในเจตนาของพระพุทธเจ้า พระองค์มีเจตนาอย่างไร เจตนาของพระพุทธเจ้านั้น อุบายวิธีทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ให้ก็อย่างที่ปรารภในเบื้องต้นว่า พระองค์ให้อุบายวิธีที่จะทำลายซึ่งกิเลสตัณหา หรือทำลายภพของจิตจึงเป็นอุบายที่จะทำยุทธวิธีกับสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ เพราะฉะนั้น ในอุบายวิธีที่จะดำเนินของพวกเราโดยจุดมุ่งหมายของเราก็ขอให้เข้าใจเสียเถิดว่า เรามุ่งหวังที่จะดำเนินให้เข้าไปสู่ความหมดจดจากภพชาติหรือกิเลส เมื่อมีเจตนาหรือความต้องการอย่างนี้ เราก็ควรที่จะศึกษาในลัทธิข้อปฏิบัติให้เป็นไปตามสายทางที่จะเป็นไปเพื่อความสำเร็จ เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีกฎเกณฑ์ การดำเนินทางด้านสมาธิที่จะก้าวเข้าไปสู่ความสำเร็จ ก็มีกฎเกณฑ์ของการก้าว จึงจะเป็นไปเพื่อความสำเร็จถ้าจะพูดถึงหลักลัทธิแล้วมันก็มีหลายหลัก มีหลายแบบ มีหลายอย่างมีหลายลัทธิศาสนาที่ดำเนินทางด้านสมาธิ แม้แต่ศาสนาคริสต์ (โมเสส) ที่ดำเนินขึ้นในเบื้องต้น ก็มีหลักของลัทธิที่ดำเนินอยู่หรือการดำเนินของโมเสสเป็นไปเพื่อความสำเร็จในโลกียฌาน หรือพวกฤาษีทั้งหลายก็มีการเจริญฌานก็เรียกว่าสมาธิเหมือนกัน หรือพวกนักจิตวิทยาก็มีการดำเนินทางด้านสมาธิเหมือนกันแต่เป็นไปในทางจิตวิทยา หรือการดำเนินในแบบภวังคตาจิต ก็เป็นไปในทางสมาธิเหมือนกันหรือลัทธิสางขยะที่ดำเนินอยู่ก็เป็นไปในทางสมาธิเหมือนกัน แต่เป็นไปในทางเบญจขันธ์เป็นส่วนใหญ่ เพราะเหตุนั้นพูดถึงด้านการทำสมาธิมันมีหลายสายหลายทางด้วยกัน แต่เวลานี้พูดถึงเรื่องสมาธิแต่ละสายที่ว่ามานี้ มันเข้ามาปะปนกันเสียแล้ว ไม่รู้อะไรเป็นอะไรมันแกะกันไม่ออก
            สำหรับครูบาอาจารย์ท่านผู้ดำเนินมาก่อนพวกเรา ท่านก็พยายามสอดส่องมองถึงช่องทางที่พระทุทธเจ้าดำเนินว่าพระองค์เดินสายไหนกันแน่ เพราะสมาธิรู้สึกว่ามันหลายสายยุ่งเหยิงกันหมด แต่แล้วสำหรับผู้ค้นคว้าหรือพิสูจน์ก็รู้สึกว่าจะมองเห็นสายทางที่จะก้าวเข้าไปสู่ความสำเร็จนี้ มองเห็นได้น้อยองค์ที่สุด มีท่านอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร ซึ่งเท่าที่สังเกต หรือพิจารณาดู อุบายวิธีที่ท่านให้รู้สึกว่าเป็นไปในทางโลกุตระสมาธิ โลกุตระปัญญา เป็นไปเพื่อความหมดจดจากภพชาติได้จริงๆ เพราะอุบายวิธีของท่านรู้สึกว่าเท่าที่ได้ดำเนินตามแล้วได้รับผลดี ถึงแม้ว่าผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตาม เช่น ดุจนัยที่อาตมาดำเนินนี้ จะได้รับผลเพียงเล็กน้อยก็ตาม เป็นสิ่งที่น่าปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งเพราะว่าเมื่อหากไม่มีความสามารถที่จะทำลายกิเลสให้หมดก็อาจจะได้เป็นบางตัว หรืออาจจะข่มได้เป็นบางตัวอีกด้วย นี่เป็นอย่างนี้
            เมื่ออธิบายสายลัทธิข้อปฏิบัติอันเป็นกฏเกณฑ์ที่จะก้าวเข้าไปสู่ความหมดจดจากภพชาติหรือกิเลสนี้หากเราก็ได้ยินได้ฟังพอสมควรอยู่แล้ว และต่อไปขอให้สนใจและตั้งใจศึกษาให้เข้าใจในลัทธิข้อปฏิบัติที่จะก้าวเข้าไปสู่ความหมดจดจากกิเสลหรือภพชาตินี้ให้ได้
            การกระทำทุกสิ่งทุกอย่างก็ควรคำนึงถึงตนเองว่าบัดนี้เรามีเพศต่างจากคฤหัสถ์แล้วในกิริยาอาการของเรานี้ เราจะแสดงออกอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับเพศของเราให้เราพยายามคำนึงเสมอ ตลอด การลุก การเหิน การเดิน การนั่ง การคุย กิริยาท่าทีทุกสิ่งทุกอย่าง เราอย่าปล่อยให้เป็นไปโดยธรรมชาติธรรมดา ให้เรามีสติระลึกถึงตัวของเราก่อนว่า เราเป็นแม่ชีแล้ว ก่อนที่จะพูดออกไปแต่ละคำเราต้องนึกถึงความพอเหมาะพอดีกับเพศของเรา พร้อมทั้งการพูดออกไปต้องประกอบด้วยคุณอย่าประกอบด้วยโทษ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์อันดีงามทั้งตนเองและคนอื่นต้องพยายามประคับประคองการพูดและกิริยาอาการของเรา เข้าไปสู่ผลดังกล่าวจึงจะเหมาะสมนี้ขอให้เราพยายาม
            ทีนี้อยากจะพูดเอ่ยอิงอีกอย่างหนึ่งว่า ความประพฤติของพวกเราหากความประพฤตินั้นไม่ดี ความเสียหายนั้นไม่เฉพาะแต่เราผู้เดียว คือ ความเสียจะเนื่องไปมากที่สุด เช่น คุณพ่อ คุณแม่ ญาติวงศานุวงศ์ต่างๆ เมื่อหากเราประพฤติชั่วความเดือดร้อนความเป็นทุกข์ในทางใจ จะต้องเกิดขึ้นแก่บุคคลดังกล่าว พร้อมทั้งอุบาสกอุบาสิกา ผู้ปฏิบัติอุ้มชู ให้อุปการะผู้ปฏิบัติอยู่ ณ สถานที่นั้นด้วยก็พลอยที่จะได้รับความเสียใจน้อยใจไปตามๆกัน หรือความเสียหายอันนี้ไม่เพียงแค่นั้นอีก คือจะเป็นไปเพื่อความมัวหมองและเป็นมลทินเนื่องมาถึงพระศาสนาด้วยพร้อมทั้งตัวของตัวเองก็มีความมัวหมองและเป็นบาปด้วย เพราะฉะนั้น ถึงว่าในเมื่อเรามีความประพฤติไม่ดี ความเสียหายก็ไปไม่มีที่สิ้นสุด
            เมื่อเราผู้ประพฤติชอบประพฤติดี เราเป็นคนดีความดีหรือความสุขมันก็แผ่ไพศาล ตัวของตัวเองก็มีความสุข ตัวของตัวเองก็เป็นคนดีและความสุขนั้น ย่อมจะไปถึงคุณพ่อคุณแม่ ญาติวงศานุวงศ์ของตนเองพร้อมทั้งอุบาสกอุบาสิกาผู้อุปถัมภ์อยู่ ก็มีความปลื้มใจด้วยเพราะได้คนดีประพฤติปฏิบัติซึ่งเป็นปฏิคาหกผู้รับไทยทาน ท่านผู้ทำบุญต่อท่านผู้ประพฤติดี ย่อมมีอานิสงค์ผลยิ่งคุ้มค่าที่ลงทุนลงแรง พร้อมทั้งจะเป็นการเทิดทูนพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองไปอีกด้วยนี่เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นขอให้ตั้งอกตั้งใจ
            อีกโสดหนึ่งการเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนานี้เป็นวิธีที่จะปลดเปลื้องหนี้บุญคุณ พูดอย่างง่ายที่สุด คือ ผู้มีพระคุณทั้งหลายจะเป็นคุณพ่อก็ดี คุณแม่ก็ดี หรือใครๆ ก็ดี ที่มีบุญคุณต่อเรา เราเป็นหนี้บุญคุณต่อท่านเราควรจะหาสิ่งตอบสนอง เช่น อย่างพวกเราก็คงจะทราบว่าการบวชเป็นอุบายวิธีจะสนองบุญคุณของท่านที่มีพระคุณทั้งหลาย แต่แล้วความจริงแล้ว เมื่อเพียงแต่บวชอย่างเดียวไม่ได้ประพฤติดีปฏิบัติชอบให้เกิดซึ่งบุญกุศลแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะปลดเปลื้องได้ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น พูดกันอย่างง่ายที่สุด เช่น เราหิวข้าว ถ้าเราไม่มีข้าวรับประทานหรือฉันแล้ว เราจะอิ่มได้อย่างไรหรือเราเห็นคนหิวข้าว เขาต้องการอยากจะกินข้าว แต่เราไม่มีข้าวให้เขาบริโภค เราทำไมถึงจะทำให้เขานี้พ้นจากความหิวไปได้ ก็ไม่มีทางเป็นต้น ฉันใด ในเมื่อเราไม่ได้ประพฤติปฏิบัติให้เกิดซึ่งบุญกุศลแล้ว เราจะแผ่ไพศาลบุญกุศลให้แก่ผู้อื่นนั้นมันจะแผ่ได้อย่างไรเพราะเหตุนั้นก่อนอื่นที่เราจะปลดเปลื้องหนี้บุญคุณออกไปได้นั้นต้องเป็นผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบประกอบเป็นไปในทางที่เป็นบุญกุศล ให้เราเป็นผู้มีบุญก่อน เมื่อเรากระทำซึ่งบุญเกิดขึ้นในเราแล้ว เรากำหนดจิตกำหนดใจแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลที่เราประกอบขึ้น ทางกาย วาจา และจิตนี้ ให้แก่ท่านผู้มีพระคุณทั้งหลายนั้น รู้สึกว่าจะได้รับผลแน่ถ้าเราไม่ประกอบให้เกิดให้มีขึ้นก่อนนั้น เราจะเอาอะไรไปให้ไม่มีทาง เพราะฉะนั้น ขอให้เข้าใจเถิดว่าบวชเข้ามาแล้ว จะปลดเปลื้องหนี้บุญคุณได้ไหม หาเป็นไปได้ไม่ หากผู้นั้นมีความประพฤติชั่ว แล้วอีกยิ่งจะขาดทุนใหญ่ ประพฤติชั่วในทางที่เป็นฆราวาสอยู่ยังพอ ประพฤติชั่ว ในทางเป็นพระ เป็นเณร เป็นแม่ชี รู้สึกว่าจะไปกันใหญ่ เพราะเหตุใด ก็เพระว่าผู้มีเจตนา มุ่งมาเพื่อประพฤติดี พร้อมทั้งเครื่องฟอร์มของตนเองแสดงออกว่า ผู้ต้องการจะหนีจากโลก ผู้ต้องการจะหนีจากกิเลสตัณหา ผู้ต้องการจะทำลายภพของจิต ผู้ต้องการจะหนีจากสิ่งมัวหมองสกปรก มีเครื่องหมายเป็นสิ่งลวงตาชาวโลก หากความประพฤติไม่เป็นไปตามแบบอย่างที่ เครื่องฟอร์มมีอยู่นั้นเมื่อมองๆ ดูแล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเข้าที เมื่อเราประพฤติชั่ว มีความเสียหายอยู่

๑. มีเครื่องฟอร์มเป็นเครื่องหลอกลวงชาวโลก
๒. ตัวเองมีเจตนามุ่งมาจะประพฤติดี แต่แล้วกลับกระทำซึ่งเป็นการโกหกตัวเองและโกหกคนอื่นด้วย บาปทั้งสองกระทงนี้ มันจะต้องลงโทษเราเอง
เพราะเหตุนั้น เมื่อผู้ใดมีเครื่องฟอร์มบอกชัดเป็นสัญลักษณ์ว่าต้องการจะประพฤติดี และตัวเองตั้งใจประพฤติดีปฏิบัติชอบ ย่อมเกิดขึ้นซึ่งบุญญเขตอันดีงาม ท่านผู้ใดให้สิ่งของเพื่อเป็นการสนับสนุน หรือเป็นการให้กำลังให้แก่ท่านผู้ประพฤติปฏิบัตินี้ย่อมมีคุณานิสงส์อันยิ่งใหญ่ คุ้มค่าที่ลงทุนลงแรง คุ้มค่าที่เสียสละปัจจัยลงไป เพราะเป็นการส่งเสริมหรือให้กำลังแก่ผู้ประพฤติปฏิบัติที่จะก้าวเข้าไปสู่ความหลุดพ้น หรือผู้ที่จะเป็นกำลังให้แก่พระศาสนา เพราะเหตุนั้น เราต้องตั้งใจ ประพฤติปฏิบัติให้ดี อย่าเอาเครื่องฟอร์มเป็นเครื่อง  หลอกลวงโลกบังตาคน แล้วประพฤติชั่วขอให้ตั้งอกตั้งใจประพฤติดีปฏิบัติชอบ เท่าที่เราจะทำได้
            สงสัยอะไรครูบาอาจารย์มี หมู่คณะผู้บวชก่อนมี ก็ให้ถาม เมื่อหมู่คณะไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาข้อข้องใจได้ ครูบาอาจารย์มีก็ปรึกษา และก็ขอปวารณาไว้เลยว่า เมื่อต้องการจะฟังธรรมะหรือถามธรรมะ หากในเมื่อที่จะแก้ให้ได้และมีโอกาสพอ ก็ยินดีจะเปิดเผยให้ทุกเมื่อทุกเวลา หรือหากขัดข้องอะไร ในสิ่งสมควรแก่สมณะหรือแม่ชีแล้ว สิ่งใดพอที่จะหาให้ได้ ขอปวารณาไว้เลยว่ายินดีที่จะหาให้เท่าที่จะหาได้ และก็มีความทุกข์ความเดือดร้อน มีเรื่องอะไรขอให้บอกหากในเมื่อพอที่จะปลดเปลื้องหรือแก้ไข ความทุกข์หรือสิ่งขัดข้องหรือความเดือดร้อนได้ยินดีที่จะช่วยเหลือทุกเมื่อ
            อธิบายสู่ฟังก็ยืดยาวแล้ว บุญกุศลที่ตัวเองได้นำตัวเข้ามาบวชในบวรพระพุทธศาสนานี้บุญญเขตอันเกิดมีขึ้นในการบวชในคราวนี้  บุญญเขตอันนี้ที่จะแผ่ไพศาลให้แก่บรรดาท่านผู้มีพระคุณทั้งหลาย หรือญาติมิตรทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้วก็ดี ที่มีชีวิตอยู่ก็ดี หากผู้ที่ล่วงลับไปแล้วหรือผู้ที่ยัง ไม่ได้ทราบข่าวสารนี้ ขอให้ทราบข่าวสารนี้ด้วยญาณวิถีอันใดอันหนึ่ง หรือหากยังไม่ทราบ หากท่านผู้นั้นล่วงลับไปแล้วก็ดี ขอเทพเจ้าเหล่าเทพาในจักรวาลทั้งหมดนี้ จงรับทราบในข่าวสารอันนี้ และนำข่าวสารอันนี้ไปแจ้งแก่ท่านทั้งหลายเหล่านั้นจนกว่าจะได้รับทราบ เมื่อทราบแล้วจงอนุโมทนาในส่วนกุศลที่บวชในคราวนี้ เมื่ออนุโทนาแล้ว ผู้ใดตกทุกข์ได้ยากขอให้พ้นจากทุกข์ไป เมื่อหากผู้ใดมีความสุขอยู่แล้ว ก็ขอให้มีความสุขยิ่งๆขึ้นไปเถิด
            ที่ได้ปรารภและอธิบายมานี้ จงสำเร็จๆๆในพวกท่านทั้งหลายเหล่านั้นจงทุกประการและท่านผู้ฟังจงพยายามประพฤติดีปฏิบัติชอบ อย่างที่ให้อุบายมานี้ เชื่อเหลือเกินว่าตัวเองจะมีความเจริญงอกงามไพบูลย์ในบวรพระพุทธศาสนาตลอดกาลนานแน่นอน ขอยุติเพียงแค่นี้.....

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น